เมื่อเสาร์วานนี้เข้าไปถึงออฟฟิศเที่ยง กว่าจะทานข้าวที่เอสพละนาดเสร็จตั้งใจว่าจะลุยงานทีเดียวยาวเลย พอได้เริ่มงานปุ๊บฝนก็ลงปั๊บก็ชวนกันมาดูและคุยกันว่าตกหนักมากเลยนะแล้วก็ถ่ายรูปกันเล่นๆเก็บไว้ แล้วกลับมาทำงานต่อสักพักได้ยินเสียงเอะอะโวยวายตรงประตูระเบียงก็ออกไปดูกันก็เห็น ปอนด์กับเคกำลังจับประตูจากด้านนอกทำเหมือนกำลังจะปลิวตามแรงลม ก็เลยเข้าไปช่วยน้องบอกว่าลมมันตีประตูหลุดก็เลยช่วยกันดันกลับแต่เชื่อมั๊ยว่าผู้ชายตัวโตๆ4 คน ไม่สามารถทำได้เพราะต้านแรงลมไม่ไหวจะมัดคำ้อะไรก็ไม่ได้เลยต้องจับไว้รอจนกว่าช่างจะมาถึง พอดีลมฝนหยุดพอดี
เหตุนี้ก็เลยทำให้ต้องบอกให้น้องๆกลับบ้านดีกว่าค่อยมาทำงานใหม่วันพรุ่งนี้เพราะดูสภาพแล้วแต่ละคนเปียกยิ่งกว่าตะเวณเล่นสงกรานต์ซะอีก
เดี๋ยววันนี้มาลุ้นกันว่าเที่ยงวันนี้น้องๆจะมาทำงานกันรึป่าว หวังว่าคงไม่มีใครเป็นไข้หวัดซมกันนะ ไม่งั้นงานที่จะส่งวันจันทร์นี้มีปัญหาถึงขั้นหายนะได้เลย…
อย่ามีใครป่วยเลยนะสาธุ.._/\_
คลิ๊กดูวีดีโอ1
คลิ๊กดูวีดีโอ 2
Copy จากบันทึกใน Facebook เขียนเมื่อ · 30 ธันวาคม 2010 · เวลา 0:06 น.
ก่อนหน้านี้ผมเคยเขียนเรื่อง social network ไปในบล็อคส่วนตัวแล้วครั้งนึง เป็นเรื่องของมารยาทการใช้(ในมุมมองของผมเอง) ซึ่งเน้นถึงTwitter เป็นส่วนใหญ่ คราวนี้ขอพูดเกี่ยวกับ Facebook (ก็ยังเป็นมุมมองของผมเองเหมือนเดิม) อาจไม่ได้เจาะจงอะไรถือว่าเป็นการบ่นโดยทั่วไปแล้วกัน
เป็นที่รู้กันว่าเฟสบุคในเมืองไทยได้รับความนิยมแพร่หลายแบบแห่มา เพราะจากเกมปลูกผักปลูกหญ้า ซึ่งคนกลุ่มใหญ่โดยเฉพาะวัยรุ่นและคนวัยเริ่มทำงานก็ย้ายจาก Hi5 แห่มาสมัครหาเพื่อนสะสมกันอย่างเต็มที่ (หากว่าคนกลุ่มใหญ่นี้ยังไม่มาเราอาจจะเห็นคำว่า กลุ่ม Hi5 หนึ่งร้อยล้านคนไม่เอาโน่นนี่นั่น ฮา) แล้วเราก็จะเห็นไทม์ไลน์เราเต็มไปด้วยความสำเร็จของเพื่อนใหม่ๆในการได้เพชรได้พลอย เลเวลอัพเดทกันทั้งวัน ก็แก้ปัญหาด้วยการบล็อกแอพริเคชั่นไป ในขณะเดียวกันก็จะได้รับการเชิญชวนไปเล่นกับเค้าด้วย อันนี้ถ้าไม่ใช่เพื่อนฝูงที่รู้จักกันก่อนก็ลบออกจากเฟรนด์ไปเลย กลุ่มแรกที่มานี้ก็ทำให้คนที่ใช้เฟสบุคก่อนหน้ามึนไปพักนึงก่อนที่จะปรับตัวไปได้
กลุ่มที่สองคือพวกที่หาประโยชน์ทางธุรกิจแบบหน้าด้านๆ รวมถึงนักการตลาดทั้งหลายมาสร้างตัวได้ดิบดีจากหน้าเพจของเฟจบุค(รวมถึงทวิตเตอร์)จนได้ไปโชว์หน้าหักๆของตัวเองในทีวี
กลุ่มต่อมาหลังจากเป็นที่นิยมแล้วและประโยชน์ของมันที่เป็นโซเชียลโดยแท้ก็คือการทำให้เราได้รู้จักญาติโกโหติกาที่ไม่เจอกันตั้งแต่ประถมยันแบเบาะได้มาเจอกันในที่แห่งนี้ ที่เจอกันดีก็ดีไปนัดเจอสังสรรค์รียูเนียนกันไป
Read more…
หลังจากทำงานกันอย่างหนักหน่วงเป็นเวลานานหลายเดือน พอมีเวลาได้หายใจตอนสงกรานต์2-3วัน ว่าจะอัพBlog ตัวเองซะหน่อย นึกขึ้นได้พระเจ้าช่วย!! web ข้าพเจ้าโดนยึดไปแล้วเหตุเพราะลืมจ่ายค่าโดเมน เคยนึกได้ตอนหมดอายุ 4-5 วันแรก ลุงตั้มบอกว่ายังสามารถต่อได้ถ้าไม่เกิน 7 วัน ก็ว่าจะต่อวันนั้นเลย ….แล้วก็….ลืมเหมือนเดิม จนถึงเวลานี้คงไม่ทันแล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดไรมาเพราะว่าตัวเวปไม่ได้ใช้งานอะไรมากมายนัก ส่วนมากงานที่ทำตอนนี้ก็เน้นไปใช้ web ของออฟฟิศ แต่ที่เสียดายก็เป็นส่วนของ Blog ที่เขียนไว้นานหลาย entry ในหลายช่วงเวลาและอารมณ์ที่เกิดขึ้น ณ.ตอนนั้น
ไม่เป็นไรไหนๆช่วงหลังก็ไม่ค่อยมีเวลาที่จะอัพเดตอะไรบ่อยๆเพราะชีวิตติดอยู่กับงานไปแล้ว พอดีวันนี้มันๆมือคิดอะไรได้ระหว่างอับโหลดไฟล์งานให้ลูกค้า ลองหา Blog ฟรี ใช้ดูว่าจะเป็นไง ไว้มีเวลาว่างหรือคิดอะไรได้จะมาเขียนให้อ่านกันนะครับ….